กีฬาคาราเต้

คาราเต้เป็นกีฬาชนิดวิชาป้องกันตัวซึ่งมีมาอย่างนาน มีต้นกำคราวดมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคำว่า “ คารา ” หมายถึงความไม่มีตัวตน และคำว่า “คาราเต้” ที่ออกเสียงเหมือนเดิมแม้ว่าเขียนผิดแผกแตกต่างนั้นก็เลยเป็น มือเปล่า ซึ่งในอดีตสมัยการต่อสู้แบบคาราเต้เป็นการต่อสู้ที่ไม่ใช้อาวุธหากแม้สามารถใช้ทุกส่วนของร่างกาย อย่างเช่น มือ นิ้ว เท้า ศอก หากแม้ในขณะนี้เมื่อถูกจัดเป็นกีฬาแล้วจึงมีการลดเหลือเพียงแต่ใช้มือกับเท้าเท่านั้นเอง พื้นฐานก่อนที่จะมีการเริ่มเรียนคาราเต้ 1. การเตรียมความพร้อมร่างกายแล้วก็จิตในก่อนการเริ่มฝึกหัดถึงคาราเต้จะเป็นการต่อสู้ด้วยมือไม่แต่ก็มีความอันตรายเหมือนกัน โดยเริ่มจากการเข้าฌาน เจาะจงลมหายใจเข้าออกลึกๆปล่อยความรู้สึกนึกคิดให้ว่างเปล่า ลืมเรื่องกังวลใจทุกๆสิ่ง เป็นการเตรียมพร้อมจิตใจให้พร้อมที่จะรับสิ่งดีๆของใหม่ๆ 2. การอบอุ่นร่างกายเป็นการตระเตรียมกล้ามให้คุ้นชินกับการเคลื่อนไหวในท่าคาราเต้ต่างๆโดยอาจจะเริ่มต้นจากการยืดเส้นยืดสายแบบเบาๆแล้วต่อด้วยการวิดพื้น หรือวิ่งรอบสนามแคบๆ 3. การเข้าในศาตร์วิชาของคาราเต้ ซึ่งคาราเต้นั้นดูๆแล้ว ก็เป็นวิชาป้องกันตัวชนิดหนึ่งที่ถูกรู้สึกว่าค่อนข้างจะดูรุนแรงแล้วหลังจากนั้นก็อันตราย ถึงแม้ว่าโดยความเป็นจริงแล้วการศึกษาเล่าเรียนคาราเต้นั้นสิ่งสำคัญได้แก่การใช้ความเงียบสงบของจิตใจ คาราเต้เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่จำเป็นต้องอาศัยความพร้อมเพรียงกันทั้งทางจิตใจรวมถึงร่างกาย หากร่างกายถูกฝึกฝนให้คิดออกจิตใจที่สงบก็พร้อมที่จะเรียนรู้รวมทั้งจำตามไปด้วย 4. หลังจากยืดหยุ่นร่างกายเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว มาเริ่มจากท่าพื้นฐานเป็นท่ายืนโดยมีทั้งนั้น 3 ท่า โดยท่ายืน กลุ่มนี้เป็นท่ารากฐานการพัฒนาไปเป็นท่าคาราเต้ท่าอื่น 1. ท่ายืนธรรมชาติ โดยกางเท้าออกห่างจากกันความกว้างราวหัวไหล่ของตนโดยที่ปลายเท้าชี้ตรงไปด้านหน้าทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ปลายเท้า 2. ท่าที่สองจนตราบเท่าตัวตรงเท้าชิดกัน แล้วต่อจากนั้นกางปลายเท้าออกกว้างคร่าวๆ 45 องศา 3. ท่าที่สามราวกับท่าแมว โดยยืนตรงปกติแต่ยกส้นขึ้นมานิดหน่อย ข้อควรพิจารณา 1. เนื่องจากค้างรเต้เน้นการต่อสู้โดยใช้มือเปล่า ดังนี้ เมื่อมีการฝึกฝนหรือชิงชัยกันจำเป็นต้องกำมือให้แน่น เพราะไม่อย่างนั้นอาจส่งผลให้นิ้วหักได้ 2. เมื่อมีการต่อสู้ควรมีอุปกรณ์คุ้มครองการบาดเจ็บ 3. ควรมีการอบอุ่นร่างกายด้วยการ ยืดกล้ามก่อนการฝึกซ้อมหรือการประลองอยู่เป็นประจำ เพื่อคุ้มครองปกป้องกล้ามหรือเอ็นฉีกจนขาด ประโยชน์ที่ได้รับมาจากกีฬาคาราเต้ 1. เป็นการฝึกฝนเพื่อให้มีสมาธิให้จิตใจสงบอย่างหนึ่ง 2. เป็นการออกกำลังกาย เหตุเพราะคาราเต้เป็นวิชาป้องกันตัวอย่างหนึ่งก็เลยมีท่าการเลื่อนไหวนาทุ่งนาประการเป็นการยืดหยุ่นรวมทั้งกล้าม 3. คาราเต้เป็นกีฬาที่สามารถฝึกซ้อมไว้คุ้มภัยได้โดยไม่ต้องพกเครื่องใช้ไม้สอย

กีฬายกน้ำหนัก

กีฬาเคนโด้

กีฬาสเก็ตน้ำแข็ง

กีฬาสเกตบอร์ด

กีฬาคาราเต้

กีฬายกน้ำหนัก

กีฬาเคนโด้

กีฬาสเก็ตน้ำแข็ง

กีฬาสเกตบอร์ด

กีฬาคาราเต้

คาราเต้เป็นกีฬาชนิดวิชาป้องกันตัวซึ่งมีมาอย่างนาน มีต้นกำคราวดมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคำว่า “ คารา ” หมายถึงความไม่มีตัวตน และคำว่า “คาราเต้” ที่ออกเสียงเหมือนเดิมแม้ว่าเขียนผิดแผกแตกต่างนั้นก็เลยเป็น มือเปล่า ซึ่งในอดีตสมัยการต่อสู้แบบคาราเต้เป็นการต่อสู้ที่ไม่ใช้อาวุธหากแม้สามารถใช้ทุกส่วนของร่างกาย อย่างเช่น มือ นิ้ว เท้า...

กีฬายกน้ำหนัก

กีฬายกน้ำหนักที่คนไม่ใช่น้อยรู้จักกันดีแต่เมื่อก่อนในอดีตเป็นเป็นเพียงกรรมวิธีแสดงความแข็งแกร่ง เพื่อเป็นผู้ถูกเลือกเป็นหัวหน้าเผ่า หรือเป็นก็แค่การแข่งขันชิงชัยระหว่างเผ่าเท่านั้น ดังเช่นว่า การยกหิน หรือแบกของหนักๆชิงชัยกัน แต่เดี๋ยวนี้ การกีฬากีฬายกน้ำหนักถูกบใส่ลงไปเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ถูกจัดเตรียมต่อสู้อย่างเป็นทางการในหลายๆประเทศแล้วก็ถูกแบ่งการแบ่งขันออกเป็นหลากหลายตัวอย่างมากขั้น โดยมีท่าการกีฬากีฬายกน้ำหนักโดยฐานรากทั้งมวล 3 ท่าดังนี้ 1. ท่าสแนทซ์ เป็นการกีฬายกน้ำหนักแบบจังหวะเดียว โดยแขนต้องอยู่ในลักษณะยืดตรงเหนือหัวแล้วค้างไว้ 2. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค เป็นท่ายกทำหนักแบบสองจังหวะ โดยจังหวะแรกเอาขึ้นไว้ให้อยู่ระดับหัวไหล่ จังหวะลำดับที่สองเอาขึ้นให้อยู่เหนือหัวแล้วค้างไว้ 3. ท่าผสม เป็นการกีฬายกน้ำหนักแบบไม่จำกัดเวลา ผู้กีฬายกน้ำหนักจะต้องยกบาร์ไว้เหนือหัวจนกว่าจะมีการนับเสร็จ ผลในด้านดี 1. เป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและก็กล้ามส่วนต่างๆตั้งแต่ กล้ามขา กล้ามบั้นเอว กล้ามตอนแขน แล้วก็ไหล่ และก็เป็นการช่วยฝึกฝนความแข็งแรงอขี้งกระดูกเพราะการกีฬากีฬายกน้ำหนักกระดูกและข้อต่อทุกส่วนควรมีการดูแลแล้วหลังจากนั้นก็การฝึกหัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้กำเนิดอาการบาดเจ็บ 2. เป็นแถวทางหนึ่งที่ช่วยลดความอ้วนได้หากผู้เล่นหมั่นฝึกฝนอยู่อย่างสม่ำเสมอ 3. หากมีการฝึกซ้อมกีฬายกน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอแล้วการยกหรือย้ายที่อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ หรือเตียงที่ใครๆไม่อาจจะย้ายด้วยเพศผู้เดียวได้นั้นอาจเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณเลยก็ได้ ข้อควรรู้/ข้อควรระวัง 1. ผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการกีฬากีฬายกน้ำหนักจะต้องมีผู้กำกับดูแลหรือผู้รู้รอคอยแนะนำ 2. การกีฬากีฬายกน้ำหนักน่าจะเริ่มจากการยกในระดับน้ำหนักที่เบาๆก่อนแล้วจึงเบาๆเพื่มน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆถึงแม้ว่าจะเคยกีฬายกน้ำหนักที่มากกว่านั้นมาและก็ตาม 3. การกีฬากีฬายกน้ำหนักที่ผิดวิถีทางหรือกีฬายกน้ำหนักที่เกินกว่าที่ร่างกายของตัวเองจะยอมรับได้นั้นอาจเป็นอันตรายต่อกล้ามอาจจะก่อให้กล้ามฉีกขาดหรือที่ร่างแรงกว่านั้นเป็นเมื่อเกิดอาการบาดเจ็บแล้วไม่สามารถกลับมาใช้กล้ามได้อย่างธรรมดาได้ 4. กีฬายกน้ำหนักนั้นสามารถเล่นได้ทั้งผู้หญิงแล้วก็ผู้ชาย แต่ละคนก็มีรูปร่างที่แตกต่างกัน ควรจะเลือกท่ากีฬายกน้ำหนักที่เหมาะสมกับสรีระร่างกายของตัวเองเพื่อคุ้มครองป้องกันการบาดเจ็บ 5. ก่อนจะมีการกีฬายกน้ำหนักควรอบอุ่นร่างกายก่อนเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมกล้าม 6. การผักผ่อนให้เพียงพอเป็นเรื่องสำคัญซึ่งคนไม่ใช่น้อยอาจรู้สึกว่า แล้วการนอนผักผ่อนให้เพียงพอเกี่ยวอะไรกับการใช้กำลังสำหรับการกีฬายกน้ำหนัก เหตุผลเป็นในช่วงเวลาค่ำคืนที่คุณกำลังนอนอยู่ร่างกายจะมีระบบระเบียบการบำรุงซ่อมแซมร่างกายส่วนที่ผุพังนั้นเอง

กีฬาเคนโด้

กีฬาเคนโด้เป็นวิชาป้องกันตัวอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นแต่ว่าไม่มีข้อมูลที่แจ่มกระจ่างว่ากีฬาเคนโด้เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาใดกันแน่ แม้ว่าในแต่ก่อนเคนโด้เป็นวิชาป้องกันตัวที่ถูกนิยมอย่างยิ่งจนตราบเท่าถูกจัดเป็นวิชาบังคับวิชาหนึ่งในโรงเรียนของญี่ปุ่นโดยต่อมาโดยต่อมาได้มการพัฒนาเคนโดมาโดยตลอดและก็การมีมุมมองด้านปรัชญาเยอะขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งในเวลาต่อมาได้มีการกำจัดเหล่าซามูไรและมีการห้ามไม่ไห้มีการพกกระบี่ เคนโด้ก็เลยเป็นที่ชื่นชอบลดลงไปบ่อยจนถึงในเวลานี้กลับมาเป็นที่ชื่นชอบอีกครั้งด้วยเหตุว่าทางการตำรวจได้นำเคนโด้เข้ามาฝึกสอนเพื่อใช้ปกป้องรักษาสำหรับการปฏิบัติงาน แล้วก็เคนโดยังได้ถูกปรับปรุงให้เป็นต้นแบบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย โดยวัสดุอุปกรณ์รวมทั้งชุดการแต่งกายของกีฬาเคนโด้นั้นมีดังนี้ 1. กระบี่ไผ่ หรือ Shina เป็นกระบี่ที่ผลิตมาจากไผ่ 4 แผ่น โดยนำไผ่ทั้งหมดมาผูกรวมกันด้วยเชือกหนัง โดยจะใช้เพื่อสำหรับในการฝึกฝนปกติเป็นส่วนมาก 2. กระบี่ไม้ หรือ Bokuto เป็นกระบี่ที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง ใช้สำหรับการฝึกหัดที่เป็นทางการหรือการแข่งขันชิงชัย 3. เสื้อ หรือ Keigoki มีความยาวแขนราวศอก โดนสวมทับนวมรวมทั้งสวมเสื้อเกราะทับอีกชั้น 4. กางเกง หรือ Hakama มีลักษณะเป็นจีบกว้างภายในมีนวมป้องกันการบาดเจ็บ 5. เสื้อเกราะ หรือ Boku มีทั้งมวล 4 ชิ้นเป็นส่วนสำหรับหัว สำหรับตัว สำหรับข้อมือ แล้วหลังจากนั้นก็สำหรับบั้นเอว การให้แต้มผู้แข่งขันจึงควรตีโดน 3 จุดเป็น ท่อนหัว ส่วนลำตัว แล้วก็ส่วนข้อมือ โดยก่อนจะมีการต่อสู้นั้นผู้แข่งขันจะต้องก้มเพื่อเป็นการทำความเคารพซึ่งกันและกันเสียก่อน แล้วผู้ตัดสินจะสังสัญญาณให้เริ่มทำต่อสู้ได้ ในเวลาที่ใช้แข่งขันประมาณ4 นาที โดยสนามแข่งขันจะมีความกว้างแต่ละด้าน 9-11 เมตร ถ้าเกิดผู้แข่งขันชนะ 2 ใน 3 ของคะแนนจากผู้ตัดสินผู้นั้นก็เลยจะเป็นผู้ชนะ คุณค่าที่ได้จากการเล่นกีฬาเคนโด้ 1. เคนโด้เป็นวิชาป้องกันตัวสามาถเรียนไว้เพื่อคุ้มภัยได้ 2. ช่วยเสริมสร้างระบบกล้ามให้แข่งแรงขึ้นเนื่งจากเคนโดควรจะมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วสำหรับเพื่อการรุกและการรับจากผู้ต่อสู้ 3. ช่วยฝึกซ้อมแนวทางการคิดพินิจพิจารณาประเมินเรื่องราวเฉพาะหน้าและก็การรู้จักตกลงปลงใจอย่างรวดเร็ว 4. ได้แก่การใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์แล้วก็เป็นการออกกำลังกายที่ได้ฝึกซ้อมทั้งยังร่างกาย จิตใจ และวิธีคิด 5. เป็นการช่วยฝึกซ้อมระบบประสาทให้จัดการเกี่ยวข้องกันดังเช่นว่า การใช้สายตามองดูการเคลื่อนไหวของผู้ต่อสู้เพื่อกับการเคลื่อนไหวเพื่อรุกหรือจัดแจงกับผู้ต่อสู้ไปพร้อมเพียงกัน จะแลเห็นได้ว่ากีฬาเคนโด้จะใช้เวลาในการแข่งขันไม่นานนักโดยเหตุนี้ก็เลยมีการต่อสู้กันด้วยความรวดเร็วรวมทั้งถูกต้องแม่นยำ ก็เลยจะต้องมีจะมีเครื่องไม้เครื่องมือปกป้องหากแม้การฝึกหัดเป็นประจำก็เป็นความต้องการมากมายก่ายกองเช่นกัน

กีฬาสเก็ตน้ำแข็ง

กีฬาสเก็ตน้ำแข็งมีมาแล้วตามกำหนดหลายพันปีถึงแม้ว่าไม่ได้ถูกจัดเป็นกีฬาอะไร หากแม้เป็นเพียงการพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆเพื่อใช้อำนวยความสะดวกของผู้ในในเขตหนาวที่จำเป็นจะต้องเดินบนน้ำแข็งเท่านั้นเอง แต่ในเวลานี้ สเก็ตน้ำแข็ง หรือ Ice Skating นั้นได้ถูกนิยมเยอะขึ้นแต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นกีฬาที่คนเมืองกรุงหนาวให้ความชื่นชมมากกว่าชาวกรุงร้อนอย่างประเทศไทยอยู่ดี ซึ่งในประเทศไทยทั้นปัจจุบันนี้ได้มีห้างหลายแห่งที่มีการสร้างลานสเก็ตให้ได้ทดสอบเล่นกันแล้วหลายที่โดยที่ไม่ต้องไปหาวัสดุอุปกรณ์การเล่นด้วยตัวเองเนื่องจากว่าลานสเก็ตแบบงี้มีกมีการบริการให้ยืมวัสดุอุปกรณ์ได้นั้นเอง ซึ่งวัสดุการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง หรือ Ice Skating นั้นมีดังนี้ 1. รองเท้าสเก็ต จะมีลักษณะเสมอเหมือนรองเท้าห่อข้อสูง แม้ว่ามีใบมีดที่พื้นรองเท้าที่ในตอนนี้ทำจากโลหะ 2. เสื้อผ้าหรือชุดแต่งกาย ควรเป็นชุมที่ให้ความอบอุ่นเจริญ ดังเช่น เสื้อที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์หรือเสื้อขนสัตว์ อื่นๆอีกมากมาย 3. ถุงมือ จะต้องเป็นถุงมือที่สามารถให้ความอบอุ่นแล้วก็สามารถกันน้ำได้เพื่อคุ้มครองป้องกันความชื้นจากน้ำแข็งหรือหิมะ 4. สนับเข่า สนับศอก สายรัดข้อมือ วัสดุอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยคุ้มครองการชนกรือการบาดเจ็บถ้าหากมีการลื่นล้ม ไม่ว่าจะเป็นคนแรกที่มีความคิดริเริ่มฝึกฝนเล่นหรือผู้ที่เล่นเป็นแล้วอุปกรณ์เหล่านี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ควรใช้คุ้มครองร่างกายของตน จำพวกในการต่อสู้นั้นมีดังนี้ 1. จำพวกคนเดียว มีทั้งประเภทชายและก็หญิง โดยสำหรับเพื่อการต่อสู้มีการบังคับให้ต้องมีท่า โจน ท่าหมุน รวมทั้งท่าก้าวเท้าแบบชุด และอาจมีท่าอื่นๆที่นักกีฬาร่วมกันกำหนดขึ้น 2. ชนิดคู่ ต้องเป็นคู่ชายหญิง มีการกำหนดท่าไว้คล้ายคลึงกับการแข่งขันชิงชัยแบบผู้เดียว ถึงแม้ว่ามีการเพิ่มเติ่มท่าโดยควรจะมีท่า โจนแบบโยนหมายคือการที่ผู้แข่งขันผู้ชายจำเป็นต้องอุ้มคู่ของตนเองที่เป็นหญิงขึ้นแล้วโยนขึ้นให้หมุนอยู่กลางอากาศ 3. แบบไอซ์ดินแดนสิง หรือ ที่เรียกกันว่าสเก็ตลีลาท่าทางส โดยควรต้องแข่งเป็นคู่ชายหญิงสิ่งเดียวกัน ซึ่งในการประกวดนั้นทั้งคู่จะต้องมีการเต้นให้กับเพลง ส่วนการให้แต้มจะดูจากการก้าวท้าวเป็นหลัก สำหรับเพื่อการแข่งพวกนี้มีข้อบังคับเป็น ข้างชายจะต้องไม่ยกตัวข้างหญิงสูงเกินหัวไหล่ของตนเอง ผลในทางที่ดีที่ได้จากการเล่นกีฬาสเก็ตน้ำแข็ง 1. ฝึกซ้อมการเลี้ยงตัวเนื่องจากการที่จะต้องยืนบนน้ำแข็งโดยใส่รองเท้าที่มีใบมีดอยู่นั้นป็นเรื่องที่ค่อนจะยากเยอะแยะอย่างยิ่งจริงๆ 2. เป็นการฝึกฝนความมีระเบียบเรียบร้อยและมีวินัย เพราะว่าการเล่นกีฬาสเก็ตน้ำแข็งนั้นถึงมีแม้ว่าจะมีทั้งการแข็งแบบคนเดียวรวมทั้งแบบคู่การมีวินัยก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากว่าไม่มีระเบียบปฏิบัติสำหรับการฝึกหัดอย่างบ่อยๆอาจเจ็บได้นั้นเอง

กีฬาสเกตบอร์ด

กีฬาสเกตบอร์ดเวลานี้เป็นที่รู้จักกันอย่างล้นหลามแล้วหลังจากนั้นก็มีการเตรียมพร้อมแข่งขันที่หลายประเภทมากขึ้นเรื่อยๆ โดยกีฬาจำพวกนี้มีมายาวนานมากแล้ว โดยมีประวัติกล่าวไว้ว่านักเล่นเซิร์ปได้ทดสอบให้ลอนของถนนแทนคลื่นในทะเลภายในในตอนที่ไม่ค่อยมีคลื่อนมาเล่นแทนซึ่งในช่วงเวลานั้นก็เริ่มเป็นที่ชอบใจมากเพิ่มขึ้นแล้วก็ครั้งภายหลังไม่นานความนิยมก็เริ่มลดลงไปอีก แต่ในเวลานี้กีฬาสเกตบอร์ดเป็นที่ชื่นชอบอีกครั้งเหตุเพราะมีการแก้ไขตัวอย่างการเล่นและการประลองมาขึ้น โดยอาจมีเพลงเข้ามาประกอบกับกีฬาสเกตบอร์ดทำให้มีความสนุกแล้วก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้นนั้นเอง และจากนั้นก็ในเวลานี้กีฬาสเกตบอร์ดยังถูกจัดเป็นกีฬาการประลองอีกด้วย โดยวัสดุการเล่นหลักๆนั้นคือสเกตบอร์ดนั้นเอง ซึ่งมีลักษณะเป็นแผนไม้มี 4 ล้อ สามารถเขยื้อนได้ด้วยการสนับสนุนโดยใช้เท้าข้างหนึ่งและอีกข้างหนึ่งใช้สำหรับเพื่อการบังคับหนทางของสเกตบอร์ด ซึ่งในขณะนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยปกป้องการบาดเจ็บอีกเพียบเลย เช่น สนับเข่า สนับแข้ง รวมถึงหมวดกันน็อก เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นมากเพิ่มขึ้น ส่วนพวกของสเก็ตบอร์ดนั้นก็มี ดังนี้ 1. สเก็ตบอร์ด แบบ Original เป็นแบบเบสิกสำหรับมือใหม่รวมทั้งเป็นแบบแรกที่ถูกปรับปรุงจากเซิร์ป โดยแผ่นไม้นี้จะถูกทำจากไม้เมเปิ้ลซึ่งจะก่อให้มีความแข็งแรงและก็ยืดหยุ่นก้าวหน้า 2. สเก็ตบอร์ดแบบทดสอบบอร์ด เป็นสเก็ตบอร์ดอีกแบบหนึ่งที่ใช้ในมือเล่นแบบหวาดเสียวและก็มีความยากมกขึ้นด้วยเหตุว่า ลักษณะขอลบอร์ดแบบทดสอบบอร์ดนี้จะมีความยาวมากขึ้นและก็มีล้อที่โผล่ออกมาด้ายข้างอย่างแจ่มแจ้ง 3. สเก็ตบอร์ดแบบเพนนีบอร์ด มีการรวมเอารูปร่างแบบทดสอบบอร์ดกับสเก็ตบอร์ดเข้าดัวยกัน ตัวบอร์ดจะมีน้ำหนักเบามากเพราะทำจากพลาสติก ซึ่งเหมาะสมกับหญิงแล้วก็การเล่นที่ต้องการเคลื่อนแบบง่ายๆ 4. สเก็ตบอร์ดแบบฟิงเกอร์บอร์ด เป็นแบบที่ขนาดเล็กที่สุดเพียง 4 นิ้ว ด้วยเหตุนั้นก็เลยเปลี่ยนการเล่นจากใช้เท่าเป็นใช้นิ้วมือนั้นเอง ประโยชน์ที่ได้รับมาจากการเล่นสเก็ตบอร์ดนั้นมีดังนี้ 1. เป็นการความรุ่งโรจน์เขยื้อนของร่างกายและก็เป็นประโยชน์ล้นหลามในเด็ก 2. เป็นการฝึกการเลี้ยงตัวและก็ความเลื่อมใสมันในตนเอง ด้วยเหตุว่าการเล่นสเก็ตบอร์ดผู้เล่นควรต้องฝึกซ้อมทรงตัวบนแผ่นไม้ที่มีล้อด้วยตัวเองแล้วก็ขยับแผ่นไม้ไปด้วยตัวเอง โดยเหตุนั้นผู้เล่นจำต้องไว้ใจในความรู้ความเข้าใจของตนก็เลยจะทำเป็น 3. สเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเล่นในเวลาว่างคือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกทางหนึ่ง จะแลเห็นได้ว่าการเล่นสเก็ตบอร์ดนั้นไม่ง่ายเลยหากแม้ทุกอย่างนั้นก็ไม่เป็นประโยชน์ยากแบบเดียวกันถ้าเกิดผู้ที่พึงพอใจมีความเอาจริงเอาจังที่จะเล่าเรียนมันจริงๆ